ผู้เขียน หัวข้อ: เริ่มต้นการทำเพลง  (อ่าน 18154 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Power

  • ผีสิงเครื่องดนตรี
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 125
  • กำลังใจ : 327
  • เพศ: ชาย
ทฤษฎีเรื่อง ฉันทลักษณ์ ของกลอน อย่างคร่าว ๆ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2009, 15:16:46 »
ตอนเด็ก ๆ สมัยประถม วิชาภาษาไทยที่เราเรียนกัน มันจะมีวิชา โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ด้วย ซึ่งวิชานี้น่ะ คนชอบก็ชอบไปเลย แต่งกลอนกันสนุกสนาน โดยเฉพาะวัยรุ่นชอบแต่งกลอนกันอยู่แล้ว แต่ถ้าใครไม่ชอบ ก็สอบตกกันเลย เพราะสำหรับคนที่ไม่ชอบแล้ว มันยากมากครับ อิ อิ อิ โชคดีที่ผมชอบ เลยรอดตัวมาได้...

เราลองมาทบทวนเรื่อง ฉันทลักษณ์ กันนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอนะครับ เป็นเรื่องของ จุดที่ต้องสัมผัสกันภายในโครงสร้างของ "กลอนแปด" ซึ่งเป็นกลอนที  ่ทุกคนเข้าใจง่ายที่สุด คุ้นหูที่สุดครับ ก่อนอื่น เรามาดูกลอนบทนี้กันครับ

กว่าจะหลง จะรัก สลักจิต               กว่าจะคิด รักใคร ไม่ใช่หมู
กว่าจะหลง รักเธอ ยากน่าดู             เพราะฉันรู้  เธอเหมือน ดังเครื่องบิน

แต่หัวใจ เป็นสิ่ง  ที่ห้ามยาก         จะฉุดลาก ก็หนัก ดังก้อนหิน
หมาตัวน้อย จึงอยาก จะได้ยิน      ว่าเธอกิน  อะไร  จึงสวยจัง

เวลา อ่านกลอนแปด จะได้อารมณ์ในการสัมผัสมาก  คำว่าสัมผัสก็หมายถึง คำที่ออกเสียงสะกด เหมือน ๆ กัน แม่กง ก็ต้องแม่กง เหมือนกัน  เช่น  จง  กับ  ลง,   กิน  กับ  ดิน,   หมู กับ ดู เป็นต้น  เพื่อน ๆ จะสังเกตเห็นว่า กลอนบทนี้มีสัมผัสอยู่หลายจุด  เรามาทบทวนเรื่องแผนผังการสัมผัส ของกลอนแปดกันครับ



นี่คือ โครงสร้างของกลอนแปด และแผนผังแสดงจุดที่สัมผัส ของพยางค์ ครับ  กลอนแปด ก็หมายถึง ในแต่ละวรรค จะมีอยู่แปดพยางค์  คำว่าพยางค์ ก็หมายถึง จังหวะที่เปล่งเสียงออกมาครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ว่าจะมีความหมายหรือไม่ก็ตาม  "คำ" กับ "พยางค์" ไม่เหมือนกันนะครับ  เช่น คำว่า มะม่วง  เป็น 1 คำ แต่มี 2 พยางค์ คือ มะ  กับ  ม่วง  ครับ   เพื่อน ๆ พอจะเข้าใจนะครับ ง่าย ๆ ไม่ยากหรอกครับ

คราวนี้ เรามาดูเรื่องสัมผัสกันนะครับ จะเห็นว่า แถวที่ 1 ด้านซ้าย มีแปดพยางค์  ตรงพยางค์สุดท้ายเนี่ย ต้องสัมผัสกันกับ พยางค์ที่ 3 ของ แถวที่ 1 ด้านขวา เห็นไหมครับ  เพื่อน ๆ ก็ดูเอานะครับ ว่ามันต้องสัมผัสตรงไหนบ้าง  จุดที่ผมอยากเน้นก็คือ การสัมผัสระหว่าง ท่อนครับ  เพื่อน ๆ จะเห็น มันแบ่งออกเป็น 2 บท ซึ่งในแต่ละบท ต้องเชื่อมโยงกันด้วยการสัมผัสกันด้วยนะครับ จึงจะเป็นกลอนที่สละสลวย ..  แต่กลอนแปดจริง ๆ แล้ว ต้องสัมผัสกันมากกว่านี้อีกครับ มีทั้งสัมผัสกันใน แถวของมันเองด้วย เพียงแต่ผมไม่ยกมาเพราะว่า มันเยอะเกินไปครับ แค่เอาคร่าว ๆ นี่ก็ใช้เป็นหลักในการแต่งเพลงได้แล้วครับ....

หากเพื่อน ๆ ฝึกการแต่งกลอนไว้บ่อย ๆ เพื่อน ๆ ก็จะรู้จังหวะจะโคน ของการลงการสัมผัสครับ ซึ่งในการแต่งเพลง มันไม่ฟิค ตายตัวว่า จะต้องสัมผัสพยางค์ไหน เพียงแต่ให้เกิดความรู้สึกที่ดีในการร้องในการฟัง การสัมผัสจะทำให้ผู้ฟังจดจำเพลงของเราได้ ง่ายกว่าการไม่มีสัมผัสอะไรเลยครับ  ซึ่งตรงนี้ เราเหนือกว่าเพลงสากลมาก เพราะของเราถือว่าเป็นศิลปะในการแต่งเนื้อกันเลยครับ  ของเพลงสากล เขาจะนิยมสัมผัสที่ท้ายท่อนเท่านั้น ลองฟังเพลงแร็พดู ก็จะรู้ครับ....

ทีนี้ เราลองมาดู เนื้อเพลงกันบ้างครับ ว่าสัมผัสตรงไหน (ตัวที่สัมผัส จะเป็นสีแดงนะครับ)

Intro      มองไปทางไหน ทำไมเห็นแต่หน้าเธอ
               คงเป็นเพราะฉันเพ้อ ๆ เบลอ ๆ รักเธอนั่นเอง...


A1      รู้ตัวว่าเธอไม่สน  เพราะคนชอบเธอนั้นมีมากมาย
           ฉันคงไม่ใช่ผู้ชาย ที่เธอหวังมาแนบกาย ต๊ายตายทำไมถึงเป็นอย่างนี้


A2      ฉันมองขึ้นไปบนฟ้า เห็นเธอว่ายแหวกนภา ท่าสวยดี
           รักเธอมากมายอย่างนี้ แม้เธอไม่เห็นสักที  แต่ฉันก็มีความสุข


Climb   ความสุขใหญ่หลวงคือฉันได้มองเห็นเธอ
           ตามที่ที่สายตา ฉันมองผ่านไป
           ภาพที่ฉันเห็นเธอทำหน้าเป็นอยู่ใกล้ ๆ
           ยิ่งนาน ๆ ไป ภาพเธอชัดขึ้น ทุกที


Hook    ก็ได้แต่เพ้อ เพ้อ มองเห็นหน้าเธอ   หลับตาก็ฝัน ๆ ๆ เห็นภาพเธอ
            ตื่นมาก็ยิ้ม ๆ เหมือนที่ฉันเคยเจอ อยากบอกกับเธอ ทำได้แค่นี้
            แค่นี้ฉันก็พอใจ  (แค่นี้ก็มีความสุข)


Bridge   มองแววตาเธอก็รู้ ว่าฉันไม่อาจ
             บอกกับเธอว่ารัก เพราะกลัวเธอขำตาย

เพื่อน ๆ จะเห็นว่า มันสะเปะสะปะ ไม่ฟิคตายตัวเรื่องพยางค์  และบางประโยค บางท่อน ก็ไม่ได้สัมผัสกัน ก็ขออธิบายว่า ในแง่ของการเขียนเพลงเนี่ย กฏเกณฑ์ต่าง ๆ จะเบาบางลงครับ เพราะจะเน้นที่เนื้อหาเป็นหลัก แต่ก็ต้องมีสัมผัสบ้างครับ ไม่ใช่ไม่มีเลย  เพลงที่ยกตัวอย่างมา มีทั้งสัมผัสนอก สัมผัสใน สัมผัสระหว่างท่อน  และก็มีทั้ง ไม่สัมผัสเลยในบทมัน ครับ

แต่ถ้า เพื่อน ๆ สามารถแต่งเพลงได้แบบ มีสัมผัสครบ เนื้อหาดี  คำในเพลงกินใจแล้วล่ะก้อ นั่นถือว่าสุดยอดครับ เพื่อน ๆ ลองเอาเพลงในท้องตลาดมาอ่านแล้วดูสัมผัส ศึกษาการเขียนเนื้อของแต่ละคนดูนะครับ บางเพลงเนี่ย ผมต้องร้องออกมาเลยว่า โอ้โห แต่งได้ไงเนี่ย ครบหมดเลย ทั้งสัมผัส เนื้อหา ความสวยงามของภาษา และการใช้คำที่เหนือชั้น  ผมเห็นมาแล้วครับ บอกได้เลยครับว่า ผมคงแต่งไม่ได้ขนาดนั้นแน่ ๆ  เชื่อว่า สมองเขา คงเป็นที่เก็บพจนานุกรม และในสมองซีกขวา คงเป็นคอมพิวเตอร์ด้วย จึงเลือกเอาคำในพจนานุกรม มาใช้ได้อย่างลงตัวเลยครับ

สิ่งที่ต้องกังวล สำหรับการแต่งเพลง ก็มีเรื่อง พยางค์ เรื่องคำที่ต้องหามาใช้แทน คำเดิม หากคำเดิม พยางค์มันเกิน หรือขาดไป  อีกส่วนหนึ่งที่ต้องกังวลไว้ ก็คือ เรื่องของ วรรณยุกต์  เอก โท ตรี จัตวา เพราะว่า ภาษาไทยเป็นภาษา ที่มีระดับของเสียงด้วย เมื่อต้องมาแต่งเพลง ระดับเสียงของภาษา ก็อาจไปกัด กับระดับเสียงของตัวโน๊ต ทำให้ใช้คำ ๆ นั้นไม่ได้ ถึงแม้จะมีความหมายดีแค่ไหนก็ตาม  นี่คือความยากของการแต่งเพลงไทยครับ....

สรุป คร่าว ๆ สำหรับเรื่องการเขียนเนื้อเพลงนะครับ มีดังนี้

1.  ท่อน A เปิดเนื้อเพลงในท่อนแรกขึ้นมา ต้องสามารถ สร้างความประทับใจ ความอยากฟังเพลงต่อ ให้กับผู้ฟัง ให้ได้
2.  ท่อน Hook ประโยคแรกเลย ต้องใช้คำที่ติดปากง่าย ๆ ภาษาพูด ๆ กันนี่ สามารถนำมาใช้ได้เลยครับ เพื่อทำให้ผู้ฟัง จดจำ ร้องตามได้ง่าย ๆ ครับ
3.  การตั้งชื่อเพลง ตั้งให้มันดึงดูด เข้าไว้ ส่วนมากเขาจะเอา คำในท่อน hook ประโยคแรกมาตั้งครับ
4.  ต้องมีการสัมผัส เพื่อแสดงถึงชั้นเชิงในการใช้ภาษา ครับ ถ้าไม่สัมผัส ผมว่า ใคร ๆ ก็เขียนได้ครับ
5.  ต้องห่วงเรื่อง วรรณยุกต์
6.  ต้องห่วงเรื่อง พยางค์
7.  หากเพื่อน ๆ แต่งเพลงได้คล่อง ๆ แล้ว ก็ต้องเริ่มมาห่วงเรื่อง คำสั้น คำยาว ด้วยล่ะครับ เพราะตัวโน๊ต ก็มีโน๊ตสั้น ยาว เหมือนกัน
8.  เนื้อเรื่อง ต้องน่าสนใจนะครับ บางเพลงที่ผมฟัง เนื้อเรื่องอ่อนมาก ๆ เลย เอาเรื่องไร้สาระมาพูด ก็ต้องดูด้วยว่า ดนตรี มันเหมาะหรือเปล่านะครับ
9.  ท่อน Hook มักจะเป็นท่อน ที่พูดถึงเรื่องหลัก ๆ จริง ๆ ของเนื้อเรื่องทั้งหมด
10.  ท่อนสุดท้าย เป็นท่อนสรุป หากสรุปได้ดี ก็จะทำให้ผู้ฟัง เคลิบเคลิ้ม อิ่มเอม ครับ
11.  ไม่รู้ นึกไม่ออกอีกแล้วครับ

ทุกอย่าง เป็นแค่ ทฤษฎี นะครับ ถ้าจะให้สำเร็จคือ ต้องทำ ครับ ทำไปเรื่อย ๆ ครับ ผลงานเพลงหลัง ๆ จะดีขึ้นเรื่อย ๆ เสมอ  ผมยังจำเพลงแรกในชีวิต ที่ผมแต่งได้อยู่เลย ทุกวันนี้เอามาร้องแล้ว ขำก๊าก เลยครับ  เอาชนะงานตัวเองไปเรื่อย ๆ นั้นคือ เป้าหมายของคนทำเพลงครับผม ... ในบทต่อไปเราจะมาเรียนรู้เรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ ในการทำเพลงครับ....

ออฟไลน์ patz_bkk

  • หางเครื่อง
  • กระทู้: 97
  • กำลังใจ : 194
  • แชวับ แชวับ แชวับ
Re: เริ่มต้นการทำเพลง
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 6 สิงหาคม 2010, 09:57:10 »
อ่านสองหน้าจบคอร์ส เอริ้กกกกก

ตอนที่เล่นกีตาร์ใหม่ ๆ เพื่อนบอก G#m ไอ้เราก็บอกไม่ใช่้่ มัน Abm
เถียงกันแทบตาย คอร์ดเดียวกัน
ดนตรีชิ้นแรก ก็เล่นกลอง มาซักพัก ก็คีย์บอร์ดกะกีตาร์
ดนตรีชิ้นเดียวที่ไม่ชอบเล่นคือ เบส หลัง ๆ ชักชอบ
เพราะเพลงหลายเพลงฟังเบสแล้วได้มู๊ดดี
แต่สุดที่รัก้ไปแระ ว่าจะไปตีกลองเพลแระ

ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลดี ๆ
 
ื     
            \\\ ///
          ( @ @ )
  ....o00o.(_).o00o.....
  มาแอบดู  music-parks จึ๋ยยยยย
++++วิธีการฝากไฟล์ ที่เวบ 4shared...ดูที่นี่ครับ...++ ++++ วิธีการอัพเพลง เข้่าบอร์ดเพลง ...ดูที่นี่ครับ... ++++

ออฟไลน์ พี่ตุ้ม

  • แขกรับเชิญพิเศษ
  • นักดนตรีมือใหม่
  • กระทู้: 555
  • กำลังใจ : 648
Re: เริ่มต้นการทำเพลง
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 6 สิงหาคม 2010, 12:48:52 »
ต้องฟังเพลงของครูไพบูลย์  บุตรขัน ครับ  สัมผัสและเนื้อเพลงสละสลวย  ผมเคยแต่งมาบ้างตอนเมาๆก็พอเอาได้  น่าฟังกว่าเพลงสตริงที่ตะโกนตามทำนองแต่หาจุดสัมผัสแทบไม่มีเลย  ดูๆไปแล้วครูไพบูลย์ยังเหนือกว่าครูเอื้ออยู่หลายขุม  ครูเอื้อแต่งทำนอง  แต่ครูไพบูลย์แต่งทั้งเนื้อร้องและทำนอง +74+
 

ออฟไลน์ aprl

  • หางเครื่อง
  • กระทู้: 79
  • กำลังใจ : 116
Re: เริ่มต้นการทำเพลง
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2010, 21:05:26 »
 +70+ ขอบคุณคะ ต่อไปนี้จะอดทนเล่นให้ได้..
 

ออฟไลน์ goldgma

  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 109
  • กำลังใจ : 2
  • 100
    • รับสอนไวโอลินเด็ก
Re: เริ่มต้นการทำเพลง
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 13 มีนาคม 2013, 07:01:47 »
ขอบพระคุณมากครับ
 

ออฟไลน์ pridzx

  • เด็กยกเครื่อง
  • กระทู้: 4
  • กำลังใจ : 0
  • 100
Re: เริ่มต้นการทำเพลง
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 17 กันยายน 2013, 17:03:27 »
คนทำนี่สุดยอดจริงๆ
 

ใครเคยดูกระทู้นี้บ้าง?